
ระหว่างวันที่ 12 มกราคม – 13 กุมภาพันธ์ นักศึกษาพยาบาลและคณาจารย์รวม 11 คน จาก มหาวิทยาลัยฉือจี้ไต้หวัน เดินทางมายังคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒและมหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้และศึกษาดูงานด้านระบบสาธารณสุขไทยอย่างใกล้ชิด
ในระหว่างอยู่ประเทศไทย คณะนักศึกษาไม่เพียงได้รับประสบการณ์เรียนรู้ในโรงพยาบาล แต่ยังร่วมทำกิจกรรมบริการสังคม โดยในวันที่ 25–26 มกราคม พวกเขาได้เข้าร่วมงานอาสาสมัครที่คลินิกเวชกรรมพุทธฉือจี้ ช่วยงานตามจุดบริการต่าง ๆ และสัมผัสจิตวิญญาณแห่งความเมตตาของงานแพทย์พยาบาลอาสาด้วยความจริงใจ
อาจารย์หลี่เยี่ยนฟ่าน ได้บอกเล่าถึงความคาดหวังที่มีต่อนักศึกษาในการมาร่วมเป็นจิตอาสาว่า “ในมหาวิทยาลัย นักศึกษาอาจได้ฝึกเฉพาะด้านวิชาการและทักษะ แต่ยังไม่มีโอกาสพบผู้ป่วยจากหลากหลายประเทศและวัฒนธรรม การมาที่คลินิกฉือจี้จึงเป็นโอกาสการเรียนรู้ที่มีคุณค่าอย่างยิ่ง”
คลินิกเวชกรรมพุทธฉือจี้ เริ่มให้บริการตั้งแต่วันที่ 30 มกราคม 2021 เพื่อดูแลผู้ป่วยซึ่งพลัดถิ่นจากกว่า 35 ประเทศ โดยมีล่ามมากกว่า 20 ภาษา ช่วยอำนวยความสะดวกด้านการสื่อสาร เพื่อให้การรักษาเป็นไปอย่างถูกต้องและทั่วถึง
แม้จะเผชิญความท้าทายด้านภาษา แต่นักศึกษากล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า ประสบการณ์นี้ทำให้พวกเขาเห็นว่า “ความเมตตาไร้พรมแดน” ไม่ว่าวัฒนธรรมหรือภาษาแตกต่างกันเพียงใด ความหวังดีสามารถสื่อถึงกันได้เสมอผ่านรอยยิ้มและภาษากาย
เปิดมุมมองใหม่ เห็นคุณค่าของการดูแลผู้อื่น
หลินป๋ออัน นักศึกษามหาวิทยาลัยฉือจี้เล่าถึงจุดที่ประทับใจว่า “เวลาที่มีเด็กเล็กร้องงอแง แม้จะสื่อสารกันคนละภาษา แต่ทุกคนจะรีบเข้าไปช่วยปลอบ นี่คือสิ่งที่ทำให้ผมรู้สึกอบอุ่นมาก”
เจิ้งเฉินเหวิน นักศึกษามหาวิทยาลัยฉือจี้ซึ่งช่วยงานด้านการถ่ายภาพตามจุดบริการ กล่าวว่า “ฉันได้เห็นอาสาสมัครหลายคน โดยเฉพาะผู้ลี้ภัยที่มาช่วยผู้ลี้ภัยด้วยกัน สิ่งนี้ทำให้ฉันเปิดมุมมองมากขึ้น และตระหนักว่ามีคนอีกมากที่ต้องการความช่วยเหลือ ซึ่งเราสามารถมีส่วนร่วมได้เช่นกัน”
ส่วนเซี่ยอี้เสวียน นักศึกษามหาวิทยาลัยฉือจี้ที่ช่วยงานในจุดเจาะเลือด เล่าว่า “ผู้ป่วยมาจากหลายประเทศ ทั้งไทย ปากีสถาน เวียดนาม แม้จะสื่อสารยาก แต่ในแววตาของพวกเขามีแต่ความขอบคุณ ทำให้ฉันรู้สึกว่า สิ่งที่เราเรียนมามีคุณค่าและช่วยคนอื่นได้จริง ๆ”
ประสบการณ์ครั้งนี้ทำให้นักศึกษาได้รับทั้งความรู้ทางวิชาชีพและโอกาสฝึกหัวใจแห่งการให้ การเดินทางสู่ประเทศไทยจึงเป็นมากกว่าการแลกเปลี่ยนทางวิชาการ แต่คือการเรียนรู้เพื่อเติบโต ทั้งในด้านความเป็นมนุษย์และจิตวิญญาณแห่งการเมตตาตามแบบฉือจี้
เรื่อง บุษรา สมบัติ
ภาพ พิณญ์ธิชา จันทร์สุขศรี, สิงหราช ชวนชม