
ระหว่างวันที่ 10-17 มิถุนายน พ.ศ.2569 ชาวฉือจี้และอาสาสมัครกว่า 100 คน ผลัดเปลี่ยนกันเข้าซ่อมแซมบ้านของครอบครัวหนึ่งที่ได้รับการดูแลจากฉือจี้ ตลอดแปดวันบ้านหลังเก่าที่ทรุดโทรมค่อย ๆ เปลี่ยนไป ผนังที่เคยหม่นหมองถูกทาสีใหม่ พื้นที่ชำรุดได้รับการซ่อมแซม ห้องน้ำที่ใช้งานลำบากถูกปรับปรุงให้ปลอดภัยกว่าเดิม สิ่งที่ทุกคนหวังไม่ใช่เพียงให้บ้านดูดีขึ้น แต่คือการทำให้เจ้าของบ้านได้ใช้ชีวิตอย่าง “อุ่นกาย สบายใจ และมั่นคง”
บ้านที่เต็มไปด้วยความกังวล
เจ้าของบ้านคือคุณตาอายุเกือบ 80 ปี ที่ต้องดูแลลูกสาววัยกว่า 30 ปี ซึ่งมีความบกพร่องทางสติปัญญาและไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองในชีวิตประจำวันได้ เมื่ออายุมากขึ้น การดูแลตัวเองก็เป็นเรื่องเหนื่อยแล้ว แต่คุณตายังต้องดูแลลูกสาวเพียงลำพัง บ้านจึงไม่ต่างจากภาระอีกหนึ่งชิ้น
อาสาสมัครช่วยกันรื้อฝ้าเก่า โดยไม่หวาดหวั่นต่อฝุ่น
อาสาสมัครช่วยกันรื้อฝ้าเก่า โดยไม่หวาดหวั่นต่อฝุ่น
พื้นห้องที่ขรุขระและต่างระดับ เดินพลาดเพียงนิดเดียวก็อาจสะดุดล้มได้ ฝาปิดท่อหลังบ้านแตก คุณตาทำได้เพียงหาวัสดุที่มีอยู่มาปิดไว้ชั่วคราว พื้นเต็มไปด้วยตะไคร่น้ำ เวลาฝนตกก็ยิ่งน่าเป็นห่วง ห้องส้วมก็ยังเป็นแบบนั่งยอง ซึ่งไม่เหมาะกับผู้สูงอายุ ส่วนหลอดไฟภายในบ้านก็เสียมานาน ไม่มีเงินมาซ่อมแซม จึงต้องใช้ไฟฉายส่องทางทุกคืน เมื่ออาสาสมัครลงพื้นที่สำรวจ ทุกคนล้วนเห็นพ้องต้องกันว่า หากปล่อยไว้อีก ความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุจะยิ่งเพิ่มสูงขึ้น
อาสาสมัครช่วยกันขูดสีผนังเก่าที่หลุดลอก เพื่อเตรียมซ่อมแซมทาสีใหม่ต่อไป
อาสาสมัครช่วยกันขูดสีผนังเก่าที่หลุดลอก เพื่อเตรียมซ่อมแซมทาสีใหม่ต่อไป
อาสาสมัครร่วมแรงร่วมใจกันทาสีใหม่ปรับปรุงบ้านให้คุณตา
ลงมือทำทันที
อาสาสมัครที่มีความรู้ด้านงานก่อสร้างจึงช่วยกันวางแผนซ่อมแซมบ้าน โดยใช้แรงกายและความสามารถของแต่ละคน เมื่อถึงวันทำงาน ทุกคนแบ่งหน้าที่กันทันที บางคนขูดสีเก่าที่หลุดล่อน บางคนซ่อมรอยแตกร้าว บางคนปูกระเบื้องใหม่ ทาสีบ้านทั้งภายในและภายนอก รวมถึงซ่อมจุดที่น้ำรั่วซึม งานหลายอย่างดูเหมือนเป็นเรื่องเล็ก แต่เมื่อทำไปทีละจุด บ้านทั้งหลังก็ค่อย ๆ เปลี่ยนโฉมไป
คุณชุมพล บุญชู อาสาสมัครที่ร่วมซ่อมแซมบ้าน เล่าว่า “ตอนทำ ผมคิดแค่ว่านี่คือบ้านของตัวเอง เลยอยากทำทุกอย่างให้ดีที่สุด”
อาสาสมัครซึ่งมีทักษะด้านก่อสร้างช่วยกันปูกระเบื้องให้บ้านของคุณตา
ทุกขั้นตอนล้วนเต็มไปด้วยความพิถีพิถัน เพื่อให้คุณตาและลูกสาวอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดี
อาสาสมัครขูดลอกสีเก่าที่หลุดลอกเพื่อเตรียมทาสีใหม่
คิดเผื่อการใช้ชีวิตในทุกวัน
หน้าบ้านของคุณตามีระดับต่ำกว่าถนน ทุกครั้งที่ฝนตกหนัก น้ำจะไหลเข้าท่วม อาสาสมัครจึงช่วยยกระดับพื้นและปรับทางระบายน้ำ พร้อมติดตั้งเคาน์เตอร์ล้างจานและระบบน้ำใหม่ เพื่อให้คุณตาไม่ต้องนั่งยองล้างจานจนปวดเข่าเหมือนที่ผ่านมา ทุกอย่างถูกออกแบบจากคำถามง่าย ๆ ว่า “เจ้าของบ้านจะใช้ชีวิตง่ายขึ้นอย่างไร” รายละเอียดเล็กน้อยเหล่านี้ กลายเป็นสิ่งที่ช่วยลดภาระในชีวิตประจำวันได้จริง
อาสาสมัครปรับปรุงพื้นที่หน้าบ้านเพื่อป้องกันน้ำท่วมขังในช่วงฤดูฝน
อาสาสมัครช่วยกันปรับปรุงพื้นที่หน้าบ้านทำความสะอาดเหล็กดัดและติดมุ้งลวดเพื่อเพื่อป้องกันแมลงรบกวน
งานหนักที่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ
การทำงานท่ามกลางอากาศร้อนอบอ้าว จนเสื้อของอาสาสมัครเปียกเหงื่อแล้วแห้ง แห้งแล้วก็เปียกอยู่หลายรอบ แต่กลับไม่มีใครบ่น ทุกคนช่วยกันทำงานตามความถนัด
มีอยู่ช่วงหนึ่ง ขณะที่ทุกคนกำลังผสมปูน ทันใดนั้นเสียงตะโกนสั้น ๆ ว่า “น้ำ...หยุด” ก็ดังขึ้น เมื่อสิ้นเสียง น้ำที่กำลังไหลอยู่ก็หยุดลงทันที คนที่ตะโกนบอกไม่ได้มีเวทมนตร์คาถา หรือมีระบบเซนเซอร์อัตโนมัติใด ๆ ที่บ้านหลังนี้ แต่เพราะทุกคนทำงานร่วมกันจนรู้จังหวะของกันและกัน คำสั่งสั้น ๆ เพียงคำเดียว ก็เพียงพอให้งานเดินหน้าต่อได้ทันที บรรยากาศของพื้นที่ก่อสร้างจึงเต็มไปด้วยเสียงเครื่องมือและเสียงหัวเราะ
คุณลุน ดวงปฏิ วัย 65 ปี ซึ่งมาช่วยงานทุกวันตั้งแต่เช้า บอกว่า “ผมยังมีแรงก็อยากช่วย เพื่อน ๆ ต่างช่วยกัน งานเลยเดินเร็ว พอทุกคนร่วมมือกัน มันเกิดพลังจริง ๆ”
อาสาสมัครฉือจี้ช่วยกันซักทำความสะอาดเสื้อผ้าและเครื่องนุ่งห่มที่เปื้อนทั้งหมด
อาสาสมัครฉือจี้ช่วยกันอาบน้ำสระผม ทำความสะอาดร่างกายให้ลูกสาวของคุณตาที่ดูแลตนเองไม่ได้
คนที่เคยได้รับ วันนี้กลายเป็นผู้ให้
อาสาสมัครหลายคนที่มาช่วยซ่อมบ้านครั้งนี้ เคยเป็นคนขับแท็กซี่ที่ได้รับการช่วยเหลือจากฉือจี้ในช่วงโควิด19 เมื่อทราบว่ามีครอบครัวที่กำลังลำบาก พวกเขาตัดสินใจหยุดวิ่งรถชั่วคราว เพื่อมาช่วยซ่อมบ้าน
คุณนเรศ มีมากบาง เล่าว่า “ทุกวันต้องทำงานหาเงิน ความเครียดก็มี แต่พอได้มาช่วยงานแบบนี้ ได้คุยกับเพื่อน ๆ ได้ช่วยคนอื่น ใจก็เบาขึ้น”
ส่วนคุณวินัย วรรณกร กล่าวว่า “พอเห็นบ้านเปลี่ยนไป คุณตากำลังจะได้อยู่ในบ้านที่สะอาดและปลอดภัย ก็รู้สึกดีมาก เมื่อก่อนที่นี่ทั้งรกและมีกลิ่น แต่ตอนนี้เหมือนได้บ้านใหม่ทั้งหลัง”

อาสาสมัครฉือจี้มอบเงินสงเคราะห์ช่วยเหลือครอบครัวคุณตา
อาสาสมัครฉือจี้ร่วมกันนำความรักความห่วงใยไปดูแลชีวิตความเป็นอยู่ของคุณตาและลูกสาว
บ้านที่เปลี่ยนไป พร้อมกับหัวใจของหลายคน
ตลอดแปดวันที่อาสาสมัครช่วยกันซ่อมบ้าน สิ่งที่เปลี่ยนไม่ใช่เพียงผนัง พื้น หรือห้องน้ำ หลายคนบอกว่าพวกเขาได้เห็นชีวิตของคนอีกครอบครัวหนึ่งอย่างใกล้ชิด และเข้าใจมากขึ้นว่าความช่วยเหลือเล็ก ๆ จากใครหลายคน เมื่อรวมกันแล้ว สามารถเปลี่ยนคุณภาพชีวิตของใครบางคนได้จริง
บ้านหลังนี้อาจเป็นเพียงบ้านหลังหนึ่ง แต่สำหรับคุณตาและลูกสาว คือสถานที่ที่ทำให้การใช้ชีวิตในวันพรุ่งนี้ปลอดภัยกว่าเดิม และสำหรับอาสาสมัครหลายคน การลงแรงครั้งนี้ก็ทำให้พวกเขาได้กลับบ้าน พร้อมหัวใจที่อิ่มเอมยิ่งกว่าเดิม

ก่อนปรับปรุง หลังปรับปรุง
เรื่อง บุษรา สมบัติ
ภาพ พิณญ์ธิชา จันทร์สุขศรี, สิงหราช ชวนชม