ค้นหาข่าว

พิธีประกาศเกียรติคุณอาสาสมัครดีเด่นแห่งชาติและองค์การที่มีกิจกรรมทางสังคมดีเด่น ประจำปี 2559

20170607-064-bydatchanee resize

  

ได้รับรางวัลมิใช่จุดสิ้นสุด หากแต่ส่งเสริมกำลังใจให้อาสาสมัครมุ่งมั่นยิ่งขึ้น

 

ความเป็นมาของพิธีประกาศเกียรติคุณอาสาสมัครดีเด่นแห่งชาติ “ประโยชน์ของเพื่อนมนุษย์เป็นกิจที่หนึ่ง ประโยชน์ส่วนตัวเป็นกิจที่สอง”

คือคติและอุดมการณ์ของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี พระองค์ทรงทุ่มเทพระวรกายและพระราชหฤทัยเกื้อกูลพสกนิกรผู้เดือดร้อนทุกข์ยากตลอดพระชนม์ชีพของพระองค์ ทำให้พสกนิกรชาวไทยมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
ด้วยสำนึกในพระกรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ พ.ศ 2535 ทางราชการจึงกำหนดให้วันที่ 21 ตุลาคมของทุกปี อันเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เป็นวันสังคมสงเคราะห์แห่งชาติ ต่อมาใน พ.ศ.2553 ยังกำหนดให้เพิ่มเป็นวันอาสาสมัครไทย และร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน จัดให้มีการประกาศเกียรติคุณอาสาสมัครดีเด่นเนื่องในโอกาสดังกล่าว โดยต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ไม่เพียงสร้างขวัญ กำลังใจให้อาสาสมัครดีเด่น หากยังใช้โอกาสนี้ เผยแพร่ผลงานของอาสาสมัครให้เป็นที่ประจักษ์ต่อสาธารณชน จุดประกายจิตใจผู้คน ให้เข้ามาร่วมทำงานอาสาสมัคร พัฒนาประเทศชาติให้ก้าวหน้าต่อไป

 

 

20170607-036-bydatchanee resize

▲ในระหว่างการบรรยาย ศาสตราจารย์ ศุภรัตน์ รัตนมุขย์ได้หยิบยกแนวคิด “สอนคนรวย ช่วยคนจน”ของฉือจี้ รวมถึงการร่วมแรงร่วมใจผลักดันสี่มหาภารกิจ แปดรอยธรรมของอาสาสมัครฉือจี้ มาแบ่งปันให้ทุกคนรับฟัง 

ได้รับรางวัลมิใช่จุดสิ้นสุด หากแต่ส่งเสริมกำลังใจให้มุ่งมั่นยิ่งขึ้น
ครั้งนี้มีอาสาสมัครดีเด่นจากหน่วยงานภาครัฐ เอกชน องค์กรการกุศล ได้รับรางวัลจำนวน 286 คน และองค์การที่มีกิจกรรมทางสังคมดีเด่น จำนวน 25 องค์การ รวม 311 รางวัล หนึ่งในผู้ได้รับรางวัลนั้น คือ คุณหวังจงเสียน จากมูลนิธิพุทธฉือจี้ไต้หวันในประเทศไทย
เนื่องด้วยสมาชิกในครอบครัวของคุณหวังจงเสียน ล้วนแต่เป็นอาสาสมัครฉือจี้ ด้วยเหตุนี้ ทำให้คุณหวังจงเสียนได้เข้าร่วมกิจกรรมของมูลนิธพุทธฉือจี้ไต้หวันตั้งแต่อายุยังน้อย โดยเริ่มจากการเข้าร่วมกิจกรรมอาสาสมัครในโรงพยาบาลเมื่ออายุ 18 ปี จากนั้น ก็ร่วมกิจกรรมของมูลนิธิพุทธฉือจี้ไต้หวันเรื่อยมา ปลายปี พ.ศ. 2548 คุณหวังจงเสียนได้ย้ายมาทำงานในเมืองไทย ต่อมากลางปี พ.ศ.2549 เริ่มเข้าร่วมกิจกรรมของมูลนิธิพุทธฉือจี้ไต้หวันในเมืองไทย และเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน

 

20170607-043-bydatchanee resize

▲เมื่อทราบว่า อาสาสมัครฉือจี้ คุณหวังจงเสียนได้รับรางวัลอาสาสมัครดีเด่น รองศาสตราจารย์ ศุภรัตน์ ก็กล่าวแสดงความยินดีกับคุณหวังจงเสียน

 

11 ปี ที่ทุ่มเทแรงกายแรงใจ เป็นอาสาสมัครฉือจี้ ทำประโยชน์เพื่อสังคมไทยเรื่อยมา ไม่ว่าจะเป็นงานดูแลครอบครัวผู้ยากไร้ หรืองานบริหาร คุณหวังจงเสียนล้วนมีความตั้งใจ มีความรับผิดชอบต่องาน ผลักดันภาระงานให้สำเร็จเสมอ จึงได้รับการเสอนชื่อจากมูลนิธิพุทธฉือจี้ไต้หวันในประเทศไทยให้รับรางวัลอาสาสมัครดีเด่น เมื่อปี 2559
พิธีประกาศเกียรติคุณอาสาสมัครดีเด่นแห่งชาติและองค์การที่มีกิจกรรมทางสังคมดีเด่น ประจำปี 2559 เดิมทีกำหนดให้จัดขึ้นในวันที่ 21 ตุลาคม 2559 ทว่าเนื่องจากการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2559 จึงต้องเลื่อนกิจกรรมออกไป และต่อมามีกำหนดให้จัดกิจกรรมในวันที่ 6-7 มิถุนายน 2560 รวม 2 วัน

 

20170607-048-bydatchanee resize

▲ นายไมตรี อินทุสุต ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวเปิดงาน

 

ภายใต้ความร่วมมือของสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กิจกรรมดังกล่าวไม่เพียงมีเฉพาะการมอบรางวัลให้อาสาสมัครและองค์การดีเด่น หากยังมีการบรรยายประสบการณ์การทำงานอาสาสมัครจากวิทยากรทั้งในและต่างประเทศ รองศาสตราจารย์ ศุภรัตน์ รัตนมุขย์ จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และคณะ ได้บรรยายในหัวข้อ “การพัฒนาความร่วมมือของอาสาสมัคร” เนื่องด้วยท่านเคยเดินทางไปศึกษาดูงานที่มูลนิธิพุทธฉือจี้ไต้หวันมาแล้วหลายครั้ง ในระหว่างการบรรยาย ท่านจึงได้หยิบยกแนวคิด “สอนคนรวย ช่วยคนจน”ของฉือจี้ รวมถึงการร่วมแรงร่วมใจผลักดันสี่มหาภารกิจ แปดรอยธรรมของอาสาสมัครฉือจี้ มาแบ่งปันให้ทุกคนรับฟัง รองศาสตราจารย์ ศุภรัตน์ แบ่งปันว่า “ฉือจี้มีจุดเด่นในเรื่องของบริหารจัดการงานอาสาสมัครที่เป็นระบบ เข้มแข็ง และคนที่มาเป็นอาสาสมัครฉือจี้ก็มีความมุ่งมั่น ”
และเมื่อทราบว่า อาสาสมัครฉือจี้ คุณหวังจงเสียนได้รับรางวัลอาสาสมัครดีเด่น รองศาสตราจารย์ ศุภ-รัตน์ ก็กล่าวแสดงความยินดีกับคุณหวังจงเสียนว่า “แสดงความยินดีกับคุณหวังจงเสียนด้วยนะครับ ที่จริงก็ควรจะได้รับเมื่อหลายปีที่แล้ว แต่ในที่สุดก็ได้รับรางวัลในปีนี้ เพราะคุณหวังจงเสียนก็เป็นอาสาสมัครมานาน ทั้งในประเทศไทยและไต้หวันด้วย ”


การได้รับรางวัลมิใช้จุดสิ้นสุดของการทำงานอาสาสมัคร คุณหวังจงเสียนกล่าวว่า อาสาสมัครฉือจี้ทุกคนล้วนเป็นอาสาสมัครดีเด่น และจะใช้โอกาสที่ได้รับรางวัลนี้ มุ่งมั่นทำงานอาสาสมัครให้มากยิ่งขึ้น คุณหวังจงเสียน แบ่งปันว่า “ในเมืองไทยมีคนตกทุกข์ได้ยากเป็นนจำนวนมาก ทำให้ผมได้มีโอกาสทุ่มเททำความดี แต่ไม่ใช่แค่ผมเพียงคนเดียว ผมยังมีความตั้งใจว่าจะเชิญชวนผู้คนมาร่วมด้วยช่วยกัน และเชิญชวนผู้ที่มีจิตอาสามาร่วมมุ่งมั่นทำความดีด้วยกันครับ

 

20170607-069-bydatchanee resize 

 ▲ การได้รับรางวัลมิใช้จุดสิ้นสุดของการทำงานอาสาสมัคร คุณหวังจงเสียนกล่าวว่า จะต้องมุ่งมั่นตั้งใจมากยิ่งขึ้น เชิญชวนพระโพธิสัตว์ให้มาร่วมทำความดีมากยิ่งขึ้น

  


เรื่อง ดรรชนี สุระเทพ     ภาพ ดรรชนี สุระเทพ